วันแม่แห่งชาติ

posted on 30 Jun 2011 20:46 by apawee
 

ไฟล์:Queen Sirikit In Russia 2007.jpg

 

พระราชประวัติ

ขณะทรงพระเยาว์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระภาดา (พี่ชาย) 2 องค์

และและพระขนิษฐภคินี (น้องสาว) 1 องค์ ดังนี้

 หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2472)

หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2473)

หม่อมราชวงศ์หญิง บุษบา กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2477)

ภายหลังเป็น ท่านผู้หญิงบุบษา สธนพงศ์

ในระหว่างยังทรงพระเยาว์ สถานการณ์บ้านเมืองไม่สู้สงบนัก

เนื่องจากเพิ่งพ้นจากช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475

ไม่นาน หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องทรงออกจากราชการ

รัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับตำแหน่งเลขานุการเอกประจำสถานทูตสยาม

ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่

ได้เดินทางไปสมทบหลังจากให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้ 3 เดือน

โดยมอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ

 และท้าววนิดาพิจาริณี บิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว ดังนั้นจึงต้องอยู่

ไกลจากบิดามารดาตั้งแต่อายุน้อย บางคราวต้องเดินทางไปต่างจังหวัด เช่น

พ.ศ. 2476 หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล

 ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปอยู่ที่จังหวัดสงขลา

 ปลายปี พ.ศ. 2477 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการแล้วกลับมาประเทศไทย จึงทำให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 2 ชันษา 6 เดือน ได้กลับมาอยู่รวมพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ณ ตำหนักใน วังเทเวศร์ บริเวณถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 ไฟล์:Queen Sirikit visit 1962.jpg

 

พระราชกรณียกิจ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2503

สมเด็จพระนางเจ้าฯ ครั้งเสด็จไปสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2505สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์                               พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการส่งเสริมคุณภาพชีวิต อาชีพ และความเป็นอยู่ของบุคคลผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบทห่างไกล ได้โดยเสด็จพระราชดำเนิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินไทยนี้

โครงการที่มีสาขาขยายกว้างขวางไปทั่วประเทศโครงการหนึ่งก็คือ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งในภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ก่อตั้ง เป็นรูปมูลนิธิ พระราชทานนามว่า "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 และเมื่อ พ.ศ. 2528 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นการส่งเสริมอาชีพและขณะเดียวกันยังอนุรักษ์และส่งเสริมงานศิลปะพื้นบ้านที่มีความงดงามหลายสาขา เช่น การปั้น การทอ การจักสาน เป็นต้น

นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการด้านสาธารณสุข โดยได้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย และหากเสด็จฯเยือนต่างประเทศ ก็มักจะทรงถือโอกาสเสด็จฯทอดพระเนตรกิจการกาชาดของประเทศนั้น ๆ เพื่อทรงนำมาปรับปรุงกิจการสภากาชาดไทยอยู่เสมอ

ในกิจทางด้านการทหารนั้น ทรงดำรงตำแหน่งพันเอกผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทรงให้ความสนพระทัยต่อการดำเนินงานของกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ตลอดมา โดยผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 จะเข้ามาถวายรายงานถึงผลการปฏิบัติงานพร้อมกับรับพระราชเสาวนีย์ตลอดจนคำแนะนำไปดำเนินการปฏิบัติอยู่เป็นประจำ

นอกจากปวงชนชาวไทยแล้ว บรรดาเพื่อนบ้านที่ต้องลี้ภัยอพยพมายังแผ่นดินไทย ก็ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สภากาชาดไทยไปให้ความร่วมมือกับกาชาดสากลในการช่วยเหลือผู้อพยพ และพระราชทานครูเข้าไปสอนวิชาชีพให้แก่ผู้อพยพ กิจการดังกล่าวได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจนองค์กรระหว่างประเทศต่างพากันยกย่องและทูลเกล้าถวายรางวัลและปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก ดังเช่น

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญซีเรส เทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงยกฐานะของสตรีให้มีระดับสูงขึ้นและทรงเป็นผู้ "ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง" (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2522)

มหาวิทยาลัยทัฟส์ จากมลรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรมในฐานะที่ทรงยกระดับฐานะการครองชีพของประชาชน และช่วยบรรเทาทุกข์ของเด็ก (พ.ศ. 2523)

สหพันธ์พิทักษ์เด็ก แห่งนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลบุคคลดีเด่นด้านพิทักษ์เด็ก (9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524)

สถาบันเอเชียโซไซตี้ แห่งกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายรางวัลด้านมนุษยธรรม (14 มีนาคม พ.ศ. 2528) มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าของโลก สดุดีเทิดพระเกียรติ ในฐานะบุคคลดีเด่นด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า (19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529)ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ทูลเกล้าฯถวายสมาชิกภาพกิตติมศักดิ์ ซึ่งสถาบันแห่งนี้เคยมอบให้ แต่เฉพาะ ผู้ที่เป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเป็นที่รู้จักระดับโลกเท่านั้น (1 พฤษภาคม พ.ศ. 2531) ศูนย์ศึกษาการอพยพ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มลรัฐนิวยอร์ก กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงรับรางวัลความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยประจำปี ณ วอชิงตัน ดี.ซี. (29 มีนาคม พ.ศ. 2533)

กลุ่มผู้สนับสนุนพิพิธภัณฑ์เด็กในสหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534)

องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ ในฐานะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอนุรักษ์และพัฒนางานศิลปหัตถกรรม ณ ศาลาธรรม จังหวัดเชียงใหม่ (30 มกราคม พ.ศ. 2535)

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลเกียรติคุณพิเศษในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษ 5 รอบ ในฐานะทรงอุทิศพระองค์ประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นผลให้แม่และเด็กนับล้านได้รับบริการขั้นพื้นฐาน (2 สิงหาคม พ.ศ. 2535)

กองทุนพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแห่งความเป็นเลิศในฐานะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพัฒนาสตรีไทย (2 สิงหาคม พ.ศ. 2535)

มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ มลรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยธรรม (25 พฤษภาคม พ.ศ. 2538)

ในช่วง พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา เมื่อเกิดความไม่สงบในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ สูญเสียสมาชิกในครอบครัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถยังเอาพระราชหฤทัยใส่ พระราชทานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง[ต้องการอ้างอิง] ทั้งนี้ยังปรากฏอยู่เสมอ ๆ ว่าได้ทรงรับคนไข้ผู้ยากไร้ หรือผู้ทำคุณความดี ไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ เป็นที่ปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวไทยและแม้ชาวต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง

 

 "ใคร หนอ รักเรา เท่าชีวี...ใคร หนอ ปราณี ไม่มีเสื่อมคลาย...ใคร หนอ รักเราใช่เพียงรูปกาย...รักเขาไม่หน่าย มิคิดทำลาย ใคร หนอ..."

                เพลง "ใครหนอ" ที่ร้องโดยศรีไศล สุชาติวุฒิ เป็นเพลงที่ต้องร้องเป็นประจำ เมื่อถึงวันแม่ตั้งแต่ฉันอยู่ชั้นอนุบาล ซึ่งฉันไม่เคยเข้าใจเลยว่าเพลงนี้ร้องเพื่ออะไร และความหมายของเพลงนี้มันหมายความว่าอย่างไร จนเมื่อฉันโตขึ้น เริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆมากขึ้น ฉันก็ได้รู้ว่าบทเพลงที่ฉันถูกฝึกให้ท่องจำจนขึ้นใจ ฝึกให้ร้องจนบางครั้งก็รู้สึกเบื่อหน่ายนั้นก็เพื่อจะร้องให้ผู้หญิงที่เป็นยอดคน...ผู้หญิงที่เก่งที่สุด...ผู้หญิงที่มีแต่ความเมตตา กรุณา...ผู้หญิงที่มากล้นด้วยคำปลอบใจและคอยให้กำลังใจกับฉันเสมอๆ....ผู้หญิงที่มีพระคุณต่อฉันอย่างหาที่สุดไม่ได้...ผู้หญิงคนนั้น คือ "แม่" ของฉันนั่นเอง

                สำหรับผู้หญิงที่เป็นที่สุดของคนทั้งโลก...สำหรับ"แม่" คงไม่มีคำพูดไหนที่จะสามารถบอกได้ว่าลูกคนนี้ดีใจขนาดไหนที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่...แม่สุดที่รัก ลูกอยากบอกแม่ว่า" Thank God I found you" ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ทำให้เราพบกัน...ขอบคุณที่ทำให้ลูกได้เป็นลูกแม่...ดีใจจริงๆ

                สำหรับผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก....สำหรับ "แม่" ที่อุ้มท้องลูกมาถึง 9 เดือน...มันคงต้องใช้ความอดทนสูงมากเลยสินะ ในการแบกร่างกายของอีกคนไว้ในตัว...มันคงจะหนักมากสินะ เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายเล็กๆในท้องนั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ....มันคงจะเจ็บมากสินะ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องคลอดลูกคนนี้ออกมา....แม่สุดที่รัก ลูกอยากบอกแม่ว่า"ขอโทษที่ทำให้แม่เจ็บ"....

                สำหรับผู้หญิงที่มีแต่ความเมตตากรุณา...สำหรับ "แม่" ที่ให้อภัยลูกเสมอ แม้ว่าบางเวลา ลูกคนนี้จะดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง และปฏิเสธความหวังดีที่แม่มอบให้ ตอนนี้ลูกรู้แล้วว่าทุกๆอย่างที่แม่คอยว่า คอยเตือน คอยบอก มันคือความหวังดี....แม่สุดที่รัก ลูกอยากบอกแม่ว่า"ขอโทษที่ชอบทำให้แม่เสียใจ" คงจะไม่สามารถบอกได้ว่า จะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะลูกอาจจะเผลอทำมันอีก แต่อยากจะบอกว่า จะพยายามทำตัวให้ดีขึ้น ไม่อยากให้แม่เสียใจอีก...  

                สำหรับผู้หญิงที่มากล้นด้วยคำปลอบใจและคอยให้กำลังใจกับฉันเสมอๆ...สำหรับ "แม่" ที่คอยปลอบใจเมื่อลูกผิดหวัง และคอยให้กำลังใจเมื่อลูกท้อแท้...กำลังใจของแม่ ทำให้คนที่กำลังสิ้นหวังคนนี้ ลุกขึ้นสู้กับปัญหาตรงหน้าอีกครั้ง...แม่สุดที่รัก ลูกอยากบอกแม่ว่า "ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่มอบให้ และทุกคำปลอบใจที่เหมือนเป็นยาวิเศษ"

                สำหรับผู้หญิงที่มีพระคุณต่อฉันอย่างหาที่สุดไม่ได้....สำหรับ "แม่" คงไม่มีคำพูดใด หรือสิ่งของมีค่ามากเพียงไหน ลูกคนนี้จะนำมามอบให้เพื่อตอบแทนพระคุณที่แม่มีให้กับลูกคนนี้...ลูกคนนี้คงมีเพียงคำว่า "ขอบคุณ" เท่านั้น ที่จะสามารถบอกว่า ลูกซาบซึ้งในบุญคุณของแม่มากเพียงใด...แม่สุดที่รัก ลูกอยากบอกแม่ว่า "ลูกรักแม่มากนะ"

                "จะเอาโลก มาทำปากกา...แล้วเอานภา มาแทน กระดาษ...เอาน้ำหมด มหาสมุทรแทนหมึกวาด...ประกาศ พระคุณไม่พอ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet